มท. สั่งยกระดับมาตรการแก้ฝุ่น PM2.5 ปภ. ประสานจังหวัดเร่งลดผลกระทบต่อประชาชน

🔸นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ประสานจังหวัดปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัดและยกระดับมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างเร่งด่วนและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ดังนี้
• ให้ยกระดับการดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางการเกษตร ให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้มงวด กวดขัน และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม
• ใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ โดยมอบหมายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ให้ร่วมกันสอดส่อง ป้องปราม ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ
• กรณีพบการเผาในพื้นที่ให้ดำเนินการยับยั้งการเผาในทันทีและบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการห้ามเผาอย่างเด็ดขาด
• ให้ยกระดับมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ออกหน่วยให้บริการประชาชน จัดหาอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ห้องปลอดฝุ่น คลินิกมลพิษ ไว้บริการประชาชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม
• ให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติที่ถูกต้องในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาหรือศูนย์เด็กเล็ก ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ให้ดำเนินการตามข้อปฏิบัติดังกล่าวเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ทั้งนี้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ได้กำหนดจัดประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ในวันที่ 27 มกราคม 2568 ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ตลอดจนร่วมหารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีผลต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชน

🔸ตรุษจีนลดใช้ธูป ลดฝุ่น PM2.5 – ป้องกันอัคคีภัย
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ขณะนี้ ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจุดธูป จุดพลุ ประทัด และการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เป็นปัจจัยที่ทำให้ปัญหาฝุ่นค่า PM2.5 เพิ่มสูงขึ้นในวงกว้าง และเนื่องจากสภาพอากาศแห้งในช่วงฤดูหนาว เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบ้านเรือนหนาแน่น สถานประกอบการต่าง ๆ ที่ได้ปิดทำการในช่วงเทศกาล อาจทำให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน     

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะเป็นการช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และป้องกันอัคคีภัย โดยสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น ธูปไร้ควัน หรือการไหว้บูชาแบบออนไลน์ หากจำเป็นต้องจุดธูป ควรทำด้วยความระมัดระวัง ใช้ภาชนะทนไฟ เผาในเตาเผาที่มีคุณภาพ หรือพื้นที่ที่ไม่ก่อให้เกิดควันฝุ่นจำนวนมาก เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม และมีผู้ดูแลตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟดับสนิทหลังการเผาด้วย

🔸กทม. ประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ-แผนลดฝุ่น 365 วัน           
นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในปี 2567 - 2568 หลายสำนักงานเขตได้ออกประกาศเพื่อขอความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาในพื้นที่เขต โดยสำนักอนามัยได้แจ้งเวียนให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตพิจารณาและได้มีการจัดทำแนวทางการประกาศ “พื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ” เพื่อควบคุมและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อเป็นแนวทางให้กับสำนักงานเขตพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมและป้องกันปัญหา PM2.5 ในพื้นที่เขต ซึ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะ เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มอบอำนาจตามกฎหมาย และให้สำนักงานเขตพิจารณาดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พ.ศ. 2561 และประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เมื่อในพื้นที่มีค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มากกว่า 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ต่อเนื่องติดต่อกัน 3 วัน และต้องมีองค์ประกอบสำคัญบ่งชี้ครบ 3 องค์ประกอบ ดังนี้  
1. *มีเหตุรำคาญจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น สำนักงานเขตต้องพิจารณาและคำนึงถึงกิจการหรือการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญอย่างชัดแจ้ง ประชาชนได้รับรู้และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเหตุรำคาญ มีกฎหมายกำหนดห้ามกระทำการ และกำหนดเป็นความผิดอย่างชัดแจ้ง และมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง  
2. มีแหล่งกำเนิดเหตุรำคาญที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มากกว่า 1 แหล่งขึ้นไป            
3. ผลกระทบต่อสุขภาพหรือสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมของประชาชนจำนวนมากและครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยต้องปรากฏลักษณะบ่งชี้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคผิวหนัง และโรคตา โดยใช้วิธีทางการระบาดวิทยาหรือวิธีการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพตามความเหมาะสม และดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”

🔸*เหตุรำคาญ (มาตรา 25 พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535) หมายถึง เหตุหนึ่งเหตุใดอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชนผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง สำหรับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการป้องกันและระงับเหตุรำคาญ ตามประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ มีดังนี้       
1. ห้ามไม่ให้นำรถเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน           
2. ห้ามเผาในที่โล่งในพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ           
3. ให้ปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ได้แก่ มาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคาร หรือรื้อถอนอาคาร และมาตรการฉีดพ่นหมอกน้ำในอากาศบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง           
4. ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่นละอองและควบคุมการระบายฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดไม่ให้เกินมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560

🔸นอกจากการประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะต้องมีการประกาศเพื่อยกเลิกเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ภายใต้ “แผนลดฝุ่น 365 วัน” และเพิ่มความเข้มงวด ตามมาตรการและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 ดังนี้
1. เข้มงวดตรวจวัดตรวจจับรถยนต์ควันดำทุกประเภทร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนที่กำหนด     
2. ประสานสถานีตำรวจท้องที่อำนวยการจราจรและกวดขัน ห้ามจอดรถในถนนสายหลักและสายรองตลอดเวลา           
3. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์ จอดรถให้ดับเครื่อง และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล           
4. ควบคุมสถานประกอบกิจการ โรงงาน แพลนท์ปูน และสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่ไม่ให้ปล่อยมลพิษอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด           
5. ขอความร่วมมือศาลเจ้า มูลนิธิ และวัด งดจุดธูปและเผากระดาษ           
6. เข้มงวดตรวจตราควบคุมไม่ให้มีการเผาขยะหรือการเผาในที่โล่งทุกประเภท           
7. เพิ่มความถี่ในการล้างถนนและดูดฝุ่นถนน ฉีดล้างต้นไม้ ใบไม้ และทำความสะอาดป้ายรถเมล์อย่างต่อเนื่อง           
8. พิจารณาออกประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญในกรุงเทพมหานคร และบังคับใช้ประกาศอย่างเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืนมาตรการในประกาศฯ           
9. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้พร้อมแนะนำวิธีป้องกันสุขภาพอนามัย จากฝุ่นละออง PM2.5 ให้กับประชาชน และแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร หากประชาชนพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษสามารถแจ้งเบาะแสผ่านทาง Traffy Fondue           
10. ออกหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ รวมทั้งให้บริการคลินิกมลพิษทางอากาศดูแลสุขภาพประชาชน           
11. ดำเนินการตามมาตรการลดฝุ่นละออง PM2.5 ในโรงเรียนอย่างเคร่งครัด และลดผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียนในโรงเรียน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม