ทุกคนเคยสงสัยไหม... ทั้งที่มะพร้าวน้ำหอมบ้านเรา ขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์ 1 ของโลก รสชาติหอมหวานเป็นเอกลักษณ์จนได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI มาแล้วถึง 4 แหล่งหลัก ทั้งที่ราชบุรี บ้านแพ้ว บางคล้า และสามพราน แถมล่าสุด “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ยังเพิ่งได้รับการจดทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมานี่เอง
แต่คำถามที่น่าคิดคือ... ในเมื่อเรามี “ตราการันตี” ระดับโลกขนาดนี้ ทำไมพี่น้องเกษตรกรไทยยังต้องมาเจอกับวิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำถึง 3 รอบในรอบปีที่ผ่านมา?
ความจริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ แต่ส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตที่ล้นตลาดในบางช่วง และที่สำคัญคือปัญหาเรื่อง “นอมินี” หรือกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาสวมสิทธิ์ทำธุรกิจล้งมะพร้าว ทำให้กลไกราคาถูกแทรกแซง จนเกษตรกรรายย่อยเสียเปรียบ
ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่นิ่งนอนใจ สั่งลุยแก้ปัญหานี้แบบครบวงจร ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น โดยมาตรการเร่งด่วนตอนนี้คือการ “ดูดซับผลผลิต” ออกจากระบบให้ได้ 1 ล้านลูก โดยจะเปิดจุดรับซื้อในราคานำตลาดในจังหวัดแหล่งผลิตสำคัญอย่าง ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา เพื่อพยุงราคาไม่ให้ดิ่งลงไปมากกว่านี้
ส่วนใครที่เป็นสายเดินทางเตรียมตัวเลย! เพราะกระทรวงพาณิชย์จับมือกับปั๊มน้ำมันรายใหญ่อย่าง PT, Susco, PTT และบางจาก นำมะพร้าวน้ำหอมสด ๆ จากสวนไปแจกฟรีแทนน้ำดื่มให้กับคนที่เข้ามาเติมน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นการช่วยระบายสินค้าและรณรงค์ให้คนไทยหันมาบริโภคของดีบ้านเรามากขึ้น
แต่ที่เข้มข้นที่สุดคือการจัดการปัญหากลุ่มทุนต่างชาติ ตอนนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกบริษัทกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดราชบุรีถึง 217 บริษัท ที่อาจเข้าข่ายนอมินี รวมถึงตรวจสอบการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการกดราคามะพร้าวและสร้างความเป็นธรรมให้คนไทย
สุดท้ายการขยายตลาดไปต่างประเทศก็ยังไม่หยุด นอกจากจีนที่เป็นตลาดหลักแล้ว ตอนนี้เรากำลังบุกตลาดตะวันออกกลางและยุโรปอย่างหนัก โดยใช้ใบเบิกทางจากการที่ได้ทะเบียน GI ในยุโรป มาช่วยอัปค่าตัวผลไม้ไทยให้สูงขึ้น เพื่อให้ในอนาคตคำว่า “มะพร้าวไทย” ไม่ได้มีดีแค่ชื่อ แต่ต้องทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน