IMF เปิดตัวแผนประเมินภาคการเงิน (FSAP) ฉบับปี ค.ศ. 2026 ชูเป้าหมายรับมือความเสี่ยงยุคดิจิทัล-AI พร้อมยก "กรีซ" เป็นโมเดลฟื้นฟูวิกฤต

IMF เปิดตัวแผนประเมินภาคการเงิน (FSAP) ฉบับปี ค.ศ. 2026 ชูเป้าหมายรับมือความเสี่ยงยุคดิจิทัล-AI พร้อมยก "กรีซ" เป็นโมเดลฟื้นฟูวิกฤต

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ได้จัดงานเสวนา "Future of Financial Stability Assessments: Strengthening Agility, Focus, and Impact" ขึ้น เพื่อเปิดตัวการปรับปรุงโครงการประเมินภาคการเงิน (Financial Sector Assessment Program หรือ FSAP) ประจำปี 2569 สู่สาธารณะ นำโดย Michaela Erbenova รองผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและตลาดทุนของ IMF และ Christina Papaconstantinou รองผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติกรีซ โดยมุ่งเน้นไปที่ทิศทางการปรับตัวของภาคการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล และความเชื่อมโยงของสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น

Christina ได้แบ่งปันประสบการณ์ของกรีซที่เพิ่งผ่านการประเมิน FSAP ภาคบังคับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

โดยภาคธนาคารของกรีซประสบความสำเร็จในการฟื้นตัวจากวิกฤตหนี้สาธารณะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง สามารถลดสัดส่วนหนี้เสีย (NPLs) ที่เคยพุ่งสูงถึงประมาณ 50% ลงมาอยู่ในระดับมาตรฐานของยูโรโซน และได้รับสถานะน่าลงทุนกลับคืนมา การประเมินของ IMF ในครั้งนี้เข้ามาถูกจังหวะ โดยช่วยเน้นย้ำถึงการอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย การปรับปรุงกรอบการล้มละลาย และการจัดการหนี้ภาคเอกชน โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความเสี่ยงหลากหลายมิติ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภัยคุกคามทางไซเบอร์

Michaela ชี้ว่า IMF ให้ความสำคัญกับการประเมิน "ความยืดหยุ่นจากการดำเนินงาน (Operational resilience)" เพื่อให้แน่ใจว่าหน่วยงานกำกับดูแลมีความเข้าใจและมีเครื่องมือพร้อมรับมือ ด้าน Christina เสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่สถาบันใดสถาบันหนึ่งรอดพ้นจากภัยไซเบอร์ แต่ระบบการเงินโดยรวมทั้งหมดต้องสามารถดูดซับผลกระทบและรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ได้

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา IMF จะทำงานร่วมกับ World Bank เพื่อประเมินทั้งด้านเสถียรภาพทางการเงินและการพัฒนาควบคู่กัน โดยข้อเสนอแนะต่างๆ จะถูกปรับให้สอดคล้องกับข้อจำกัดทางการเมืองและระยะเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานระดับชาติจะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้โครงการ FSAP ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ IMF และ World Bank มากว่าสองทศวรรษในการประเมินความเสี่ยงและเสถียรภาพทางการเงินของประเทศต่างๆ การปรับปรุงโครงการประจำปี 2569 นี้มีเป้าหมายให้กระบวนการมีความยืดหยุ่น ตรงจุด และสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากขึ้นในภูมิทัศน์ทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ขอบเขตที่ปรับแต่งได้ตามความเสี่ยง (Scope) การนำไปปฏิบัติได้จริง (Traction) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิก (Participation)


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม