แสงจันทร์ลอยเหนือสายน้ำ ดั่งเรียกตำนานหญิงงามผู้ประดิษฐ์กระทงดอกบัวให้คืนเพ็ญมีแสงแห่งศิลป์“นางนพมาศ” สตรีผู้เลอค่า งามทั้งกิริยาและปัญญา เป็นดั่งภาพฝันของกุลสตรีสุโขทัยแม้กาลเวลาพัดผ่าน ความงามในนามนพมาศยังลอยระยับกลางใจคนไทย บางคนว่าเป็นเพียงตำนานที่แต่งเติม แต่บางคนเชื่อว่าเธอเคยมีลมหายใจจริง
ไม่ว่าอย่างไร ชื่อ “นางนพมาศ” ก็ยังคงงดงามเหนือกาลเวลา ดั่งแสงจันทร์ที่ไม่เคยดับ
ในคืนที่สายน้ำสะท้อนแสงจันทร์ กระทงดอกบัวลอยระยิบระยับกลางลำคลอง หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “นางนพมาศ” สตรีผู้ถูกขานขวัญในตำนานลอยกระทง แต่เบื้องหลังเรื่องเล่าที่อบอวลด้วยกลิ่นอายโรแมนติกของสมัยสุโขทัย กลับยังคงเป็นปริศนาว่า นางผู้นี้มีตัวตนจริง หรือเป็นเพียงภาพฝันที่กวีสมัยหลังร่วมกันสรรค์สร้างขึ้น
ตำนานกล่าวว่า นางนพมาศ หรือ “ท้าวศรีจุฬาลักษณ์” เป็นธิดาของพระศรีมโหสถกับนางเรวดี แห่งตระกูลพราหมณ์ผู้ทรงภูมิในอักษรศาสตร์และพิธีกรรมโบราณ นางเป็นหญิงงามผู้เลอค่า ทั้งงามรูป งามจริต และเปี่ยมด้วยปัญญา ชำนาญในศิลปะการเรือน ดนตรี และวรรณศิลป์ เป็นแบบฉบับแห่ง “กุลสตรีผู้รู้รอบ” ที่งามทั้งกายและใจ
เมื่อย่างเข้าสู่ราชสำนักสุโขทัยในรัชสมัยพระยาลิไท นางนพมาศได้รับแต่งตั้งเป็นสนมเอก ด้วยความเฉลียวฉลาดและความสามารถที่เป็นที่โปรดปราน นางจึงได้รับนาม “ท้าวศรีจุฬาลักษณ์” เป็นผู้ประดิษฐ์โคมลอยรูปดอกบัว ประดับด้วยดอกไม้และเครื่องหอม ถวายเป็นพุทธบูชาในคืนเพ็ญเดือนสิบสอง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด “กระทง” ที่เรารู้จักกันในวันนี้
นางยังประดิษฐ์พานหมากสองชั้นร้อยกรองด้วยดอกไม้มงคล ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเค้าของ “พานขันหมาก” และสร้างพนมดอกไม้กอบัวถวายพระยาลิไท เพื่อใช้ในการบูชาพระรัตนตรัยในเทศกาลเข้าพรรษา นับเป็นการจุดประกายงานศิลป์จากสตรีผู้เปี่ยมรสนิยมและศรัทธาในพุทธศาสนา
อย่างไรก็ดี นักประวัติศาสตร์บางท่านตั้งข้อสังเกตว่า “ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์” อาจมิได้เกิดในสมัยสุโขทัย หากเป็นงานประพันธ์ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยถ้อยคำและโวหารที่ต่างจากจารึกสุโขทัยอย่างสิ้นเชิง บ้างเชื่อว่าอาจเป็นฉบับที่ถูกปรับปรุงใหม่ในรัชกาลที่ 2 หรือ 3 เพื่อสืบต่อความงามของวรรณกรรมดั้งเดิมที่สูญหายไปตามกาลเวลา
แต่ไม่ว่านางนพมาศจะมีตัวตนจริงหรือไม่ ความงามของเรื่องราวที่ถูกเล่าขานก็ยังคงอยู่ในหัวใจคนไทยตราบจนทุกวันนี้ เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของหญิงผู้มีปัญญาและศิลป์งาม เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการประกวด “นางนพมาศ” ในคืนวันเพ็ญ ลอยกระทงที่งดงามทั้งแสงเทียนและรอยยิ้ม ราวกับว่านางยังคงลอยอยู่ในสายน้ำแห่งความทรงจำของเราไม่เสื่อมคลาย
