<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/index/id/2881</link>
<atom:link href="https://foreign.prd.go.th/th/content/category/index/id/2881" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ไทยเตรียมพร้อมจัดประชุม IMF–World Bank 2026 ชู 4 เสาหลักขับเคลื่อนวาระเศรษฐกิจโลก กรมประชาสัมพันธ์พร้อมสร้างการรับรู้สู่ประชาชนทั่วประเทศ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/509694</link>
<guid isPermaLink="false">b9afb400d46fc7ad064defc090c6f47c</guid>
<pubDate>Fri, 05 Jun 2026 13:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2569 ณ กระทรวงการคลัง เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมด้านสารัตถะ พิธีการ และการสื่อสาร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p>

<p>นายเอกนิติกล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงบทบาทบนเวทีเศรษฐกิจโลก พร้อมผลักดันวาระสำคัญระดับนานาชาติภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; ผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI โอกาสของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีการแข่งขันสูง สถาปัตยกรรมการเงินเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน โดยย้ำว่าความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพไม่ได้อยู่เพียงการจัดงานอย่างราบรื่น แต่ต้องสร้างมรดกและคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศและประชาชนไทย</p>

<p>ด้านนางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์พร้อมขับเคลื่อนการสื่อสารสู่สาธารณะ โดยมุ่งถ่ายทอดเนื้อหาเศรษฐกิจและการประชุมระดับโลกให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย รับรู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ และมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญ ผ่านเครือข่ายสื่อส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงหอกระจายข่าวกว่า 80,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก เพื่อให้คนไทยทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพในครั้งประวัติศาสตร์นี้</p>

<p>ทั้งนี้ การประชุมประจำปีผู้ว่าการธนาคารโลกและผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก นับเป็นหนึ่งในการประชุมเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพ ความพร้อม และบทบาทของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ</p>

<p>Thailand Advances Preparations for IMF&ndash;World Bank Annual Meetings 2026</p>

<p>On 4 June 2026, Mr. Ekniti Nitithanprapas, Deputy Prime Minister and Minister of Finance, chaired a meeting to discuss preparations for the 2026 Annual Meetings of the World Bank Group and the International Monetary Fund (IMF).</p>

<p>As the host country, Thailand will highlight its national theme, &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience,&rdquo; focusing on four key pillars: Digital and AI Transformation for Inclusive and Resilient Growth; Opportunities for Middle Powers in a Fragmented World; Building a New Financial Architecture for Climate Adaptation; and Demographic Change and the Longevity Economy.</p>

<p>Mrs. Sudruetai Lertkasem, Director-General of the Government Public Relations Department, reaffirmed the Government&rsquo;s commitment to communicating the significance of the meetings and encouraging public participation in welcoming delegates from around the world.</p>

<p>The meetings will take place from 12&ndash;18 October 2026 at the Queen Sirikit National Convention Center in Bangkok, bringing together more than 15,000 participants from 191 countries and showcasing Thailand&rsquo;s readiness to host one of the world&rsquo;s leading economic and financial gatherings.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202606051a2f2d1a9722cd65a4a315c7b09fec11135837.jpg' type='image/jpg' length='252590' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เปิดข้อสั่งการนายกฯ จี้ "พาณิชย์-เกษตรฯ" แก้ปัญหาระงับนำเข้ากุ้งมาเลเซีย-เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/508987</link>
<guid isPermaLink="false">79e8d8e688caa7b7dd9da89266ed5b70</guid>
<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 12:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://foreign.prd.go.th/cms/s17/u2231/รูปประชาสัมพันธ์/ปก_ข่าว_ลง_เพจ.png" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเจรจากับทางการมาเลเซีย กรณีที่มีประกาศมาตรการควบคุมการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 เพื่อหาทางออกที่ไม่กระทบความสัมพันธ์ทางการค้าและไม่ให้เป็นภาระของเกษตรกรไทย พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ ป้องกันราคากุ้งหน้าฟาร์มตกต่ำ และเร่งเปิดตลาดสำรองทดแทน</p>

<p>นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว ก่อนอัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พร้อมเน้นย้ำการรักษาผลประโยชน์ของประเทศให้ได้มากที่สุด</p>

<p>ที่มา : ไทยคู่ฟ้า</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202606036c920e9fb851e1bc2b7362988b69ed0c125504.png' type='image/png' length='758351' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ทรงพระเจริญ  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/508986</link>
<guid isPermaLink="false">0a5dcde685f0a0687bbc6543b667093e</guid>
<pubDate>Wed, 03 Jun 2026 12:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://foreign.prd.go.th/cms/s17/u2231/รูปประชาสัมพันธ์/709426747_1299086895700877_72143.jpg" style="width: 1152px; height: 1440px;" /></p>

<p>ทรงพระเจริญ</p>

<p>เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ</p>

<p>สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี</p>

<p>๓ มิถุนายน ๒๕๖๙</p>

<p>ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม</p>

<p>ข้าพระพุทธเจ้า อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ กองการต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260603154ee53bfcc9db1bbd5ab8dd6eab0445125354.jpg' type='image/jpg' length='139029' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เผย สมช. เห็นชอบยกเลิก MOU 44 ยืนยันฝ่ายไทยสามารถดำเนินการยกเลิกได้ทันทีโดยไม่ต้องถามความเห็นทางกัมพูชา เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาดำเนินการทันที]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/497053</link>
<guid isPermaLink="false">0d5f92f6e4fc1a7ac5399412dc6bd228</guid>
<pubDate>Thu, 23 Apr 2026 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า มีการพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสาระสำคัญ และเรื่องของการจัดตั้งคณะพูดคุยสันติสุข ซึ่งเป็นการหมดวาระเนื่องจากพ้นวาระของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีการจัดตั้งผู้แทนเจรจาและคณะกรรมการที่ขึ้นมากำกับดูแลด้านความมั่นคงแต่ละคน โดยทางนายฉัตรชัย บางชวด เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด โดยแต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้<br />
<br />
นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่าที่ประชุม สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 วันนี้เป็นการผ่านขั้นตอนของที่ประชุม สมช.และกระบวนการหลังจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ทำเรื่องเสนอขึ้นมาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่จะทำโดยเร็ว ขณะนี้รัฐบาลเพิ่งทำงานได้สัปดาห์แรก โดยใช้กลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) แทน ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ ขอให้ยกเลิก MOU44 ก่อน และไม่ต้องมีการทบทวนอะไรเพิ่มเติม โดยสามารถยกเลิกได้ทันทีโดยไม่ต้องถามทางกัมพูชา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202604230495040edd5dd2224e6b26a828552215150857.png' type='image/png' length='1676304' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เรือขนส่งไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จเพิ่ม 1 ลำ พร้อมเดินหน้าประสานโอมานช่วยเหลือเรือที่ยังตกค้าง]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/496280</link>
<guid isPermaLink="false">c6e12d337e1588ac8e1594624306539e</guid>
<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 13:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเรือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเพิ่มอีก 1 ลำ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกจากการดำเนินภารกิจทางการทูต โดยเฉพาะภายหลังการเดินทางเยือนรัฐสุลต่านโอมานเพื่อขอความร่วมมือในการประสานงานกับทางการอิหร่านในฐานะประเทศที่มีความใกล้ชิดกัน</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมโอมานได้ประสานงานกลับมายังรัฐบาลไทย เพื่อขอรับรายชื่อเรือไทยที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่อีกครั้ง เพื่อดำเนินการประสานความช่วยเหลือต่อไป แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคจะเพิ่มสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในภาพรวม แต่รัฐบาลไทยยังคงใช้ความพยายามผ่านทุกช่องทางเพื่อให้เรือไทยลำอื่น ๆ สามารถเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งพิจารณาโอกาสในการหารือเพิ่มเติมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านในระยะต่อไป</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้เน้นย้ำจุดยืนร่วมกับประชาคมโลกและกลุ่มประเทศอาเซียน ในการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัววงกว้าง โดยมุ่งเน้นการเจรจาทางการทูตอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนสืบไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202604214989b0708199b6262151c7c57cf2d2b5132136.png' type='image/png' length='1808677' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["สีหศักดิ์" เยี่ยมชุมชนไทยในโอมาน ย้ำรัฐบาลพร้อมดูแลความปลอดภัยท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/495374</link>
<guid isPermaLink="false">615773f90f495f67da979dc55f14c60e</guid>
<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 16:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบปะชุมชนไทยในรัฐสุลต่านโอมาน ณ กรุงมัสกัต ในโอกาสการเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ โดยมีคนไทยจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วม อาทิ ภาคธุรกิจ พนักงานบริษัท ปตท. สผ. พนักงานสายการบินโอมานแอร์ นักเรียนไทยในโอมาน ตลอดจนผู้ประกอบอาชีพในภาคบริการ เช่น สปาและร้านอาหารไทยในโอมาน</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รับฟังข้อคิดเห็นและความเป็นอยู่ของคนไทยในโอมาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนไทยในต่างประเทศ และได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศในการดูแลและคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางในปัจจุบัน โดยการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยและการเคลื่อนคนไทยกลับประเทศไทย พร้อมทั้งขอให้คนไทยติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการของประเทศเจ้าบ้านและช่องทางการสื่อสารของสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด ประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด</p>

<p>On 16 April 2026, H.E. Mr. Sihasak Phuangketkeow, Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs, met with the Thai community in the Sultanate of Oman in Muscat during his official visit to Oman. The meeting was attended by Thai nationals from various sectors, including the business community, employees of PTT Exploration and Production Public Company Limited (PTTEP), staff of Oman Air, Thai students in Oman, as well as those working in the service sector such as spas and Thai restaurants in Oman.</p>

<p>The Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs listened to views and updates on the well-being of Thai nationals in Oman, who play an important role in strengthening Thai communities abroad. He reaffirmed the commitment of the government and the Ministry of Foreign Affairs to the protection of Thai nationals overseas, particularly in light of the situation in the Middle East. Efforts have been made to assist those relocating from high-risk areas and to facilitate evacuations back to Thailand. He also advised Thai nationals to closely monitor official updates from host authorities and the Royal Thai Embassy, regularly assess their safety situation, and strictly adhere to official guidance.</p>

<p>ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260417ad51543f6291c619332ea88d92838224161717.png' type='image/png' length='1883262' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย-โอมาน กระชับความร่วมมือความมั่นคง ขอบคุณช่วยลูกเรือไทย-ถกแผนคุ้มครองเรือผ่านฮอร์มุซ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/494971</link>
<guid isPermaLink="false">c4f7f0cddc33e895a12dabeb7451667e</guid>
<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับเจ้าชายชิฮาบ บิน ฏอริก บิน ตัยมูร อัล ซะอีด รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกลาโหมแห่งรัฐสุลต่านโอมาน และพลเรือตรี ซาอิฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน ณ กรุงมัสกัต ในโอกาสการเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและการส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม</p>

<p>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแสดงความขอบคุณต่อฝ่ายโอมานและกองทัพเรือโอมานที่ได้ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยจำนวน 20 คนจากเรือ &ldquo;มยุรี นารี&rdquo; และอำนวยความสะดวกให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายโอมานเพื่อหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้เรือไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการกู้เรือ &ldquo;มยุรี นารี&rdquo;</p>

<p>ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล โดยเฉพาะในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยฝ่ายไทยได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของโอมานในการดำรงท่าทีที่เป็นกลางและสร้างสรรค์ และแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ตลอดจนแสดงความพร้อมของไทยในการสนับสนุนโอมานในเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการลดความตึงเครียดในภูมิภาค</p>

<p>นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงความพร้อมในการส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยต่อยอดจากที่กระทรวงกลาโหมโอมานได้ลงนามสัญญากับบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ของไทยเมื่อปี 2567 ในการจัดหาเรือให้แก่กองทัพเรือโอมาน ซึ่งนับเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศในอุตสาหกรรมป้องกัน และเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคต</p>

<p>On 15 April 2026, H.E. Mr. Sihasak Phuangketkeow, Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs, met with H.H. Sayyid Shihab bin Tarik bin Taimur Al Said, Deputy Prime Minister for Defence Affairs of the Sultanate of Oman, and Rear Admiral Saif bin Nasser Al Rahbi, Commander of the Royal Navy of Oman, in Muscat during his official visit to Oman. Both sides exchanged views on the situation in the Middle East and discussed ways to enhance security cooperation.</p>

<p>The Deputy Prime Minister and Minister of Foreign Affairs expressed appreciation to the Omani side and the Royal Navy of Oman for their assistance to 20 Thai crew members from the vessel &ldquo;Mayuree Naree&rdquo; and for facilitating their safe return to Thailand. He requested Oman&rsquo;s support in facilitating the safe passage of Thai vessels. Thailand also sought Oman&rsquo;s support in the salvage of the vessel &ldquo;Mayuree Naree&rdquo;.</p>

<p>Both sides also exchanged views on the situation in the Middle East and the importance of maintaining freedom of navigation and the safety of maritime routes, particularly in the Strait of Hormuz. The Thai side commended Oman&rsquo;s role in maintaining a neutral and constructive stance and expressed concern over the heightened tensions in the region, while seeking Oman&rsquo;s views on recent developments and reaffirming Thailand&rsquo;s readiness to support Oman&rsquo;s role as a mediator in efforts to ease tensions. Both sides underscored the importance of diplomacy and dialogue in de-escalating tensions and achieving lasting peace and stability in the region.</p>

<p>In addition, both sides expressed readiness to further promote comprehensive cooperation, including in defence industries. This builds upon the contract signed in 2024 between the Ministry of Defence of Oman and Marsun Public Company Limited of Thailand for the procurement of vessels for the Royal Navy of Oman. The agreement represents a tangible area of cooperation between the two countries in the defence industry and provides an important foundation for further enhancing close defence cooperation in the future.</p>

<p>ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260416907ea37054709e5db8223ab1182e5a3a144509.png' type='image/png' length='1858134' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นานาชาติยกย่อง “สงกรานต์ไทย-มรดกโลก-เวิลด์อีเว้นท์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดึงความสนใจทั่วโลก ใครก็เคลมไม่ได้]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/494583</link>
<guid isPermaLink="false">a30e9414857041daf196189ab3a3a637</guid>
<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 11:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ &ldquo;สงกรานต์ไทย&rdquo; ในฐานะ มรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนาน</p>

<p>โดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย</p>

<p>รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น &ldquo;World Water Festival&rdquo; ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย</p>

<p>นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม &quot;10 กฎ&quot; สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล</p>

<p>พร้อมกล่าว รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260415a6339af818d8ab6c22374792edde7321115235.png' type='image/png' length='598765' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สงกรานต์ปี 69 ทุบสถิติ! ททท. เผยรายได้สะพัดทั่วไทยกว่า 3 หมื่นล้าน นักท่องเที่ยวทะลัก 6 ล้านคน ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/494582</link>
<guid isPermaLink="false">f9533ac3fca817b2c0c5bfd004166916</guid>
<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 11:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคักเกินคาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนความสำเร็จในการนำเสนอเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก พร้อมคาดสถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้รวมทางการท่องเที่ยวกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปี 2568</p>

<p>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเสน่ห์ไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) และการส่งเสริมเสน่ห์ไทย ผ่านมิติของวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์ โดย ททท. ขอขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างท่วมท้นในหลายพื้นที่ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ททท. จะเดินหน้าต่อยอดเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลก&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ละพื้นที่ล้วนมีคนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น ถนนสีลม สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร รวมถึงงานที่ ททท. จัดทั้งสองงาน ได้แก่ Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานแล้วถึง 108,640 คน&nbsp; แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 52,272 คน สะท้อนถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมกว่า 283.68 ล้านบาท ขณะที่งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ได้สร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาถ่ายรูปเช็กอินกับคาแรกเตอร์สุดฮิต โดยมีผู้เข้าร่วมชมแล้วกว่า 94,546 คน</p>

<p>สำหรับบรรยากาศการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยกิจกรรม &ldquo;สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง&rdquo; ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ผสานความสนุกสนานกับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว ขณะที่บรรยากาศในพื้นทีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงคึกคักไม่แพ้กัน โดยหลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น อาทิ พิธีสรงน้ำพระ การแห่ขบวนวัฒนธรรม รดน้ำดำหัว และกิจกรรมถนนสายเล่นน้ำ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่อบอุ่น และเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Experience) ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ บรรยากาศการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งด่านพรมแดนสะเดามีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10&ndash;12 เมษายน 2569 มีผู้เดินทางผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80 และคาดว่ามีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 70,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท นอกจากนี้การจัดกิจกรรมในพื้นที่ศักยภาพชายแดนใต้ อาทิ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผ่านการจัดงาน &ldquo;สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้&rdquo; และ งาน&ldquo;SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026&rdquo; ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนศักยภาพของเมืองชายแดนในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืน</p>

<p>ททท.คาดการณ์ ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11&ndash;15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8<strong>&nbsp; &nbsp;</strong></p>

<p>&nbsp;ททท. เชื่อมั่นว่า เทศกาลสงกรานต์จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก ที่พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก</p>

<p>ที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260415a7b3c554d62945398182dce24ef15831115145.png' type='image/png' length='531828' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ด่วนที่สุด! สถานทูตฯ ณ กรุงเตหะราน ประกาศเตือนระดับสูงสุด ระงับเดินทางไปอิหร่านทุกกรณี พร้อมสั่งอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยง]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2881/iid/494538</link>
<guid isPermaLink="false">d4a55797ca798e217d18b846177347af</guid>
<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 10:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงขั้นสูงสุด หลังประเมินสถานการณ์วิกฤตที่มีความเสี่ยงจะเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมในประเทศอิหร่าน โดยมีรายละเอียดและข้อปฏิบัติเร่งด่วน ดังนี้</p>

<p>1. กำหนดให้จังหวัดฮอร์มุซกัน, บูเชร์, คูเซสถาน และเมืองบันดาร์อับบาส เป็นพื้นที่อันตรายระดับสูงสุด โดยสั่งการให้เร่งอพยพคนงานไทยจำนวน 3 คน ออกจากเมืองบันดาร์อับบาสโดยเร็วที่สุด</p>

<p>2. สำหรับคนไทยในอิหร่าน ห้ามเดินทางเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัยโดยเด็ดขาด ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและห้ามประมาท พร้อมเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพตลอดเวลา และเร่งลงทะเบียนข้อมูลบุคคลให้เป็นปัจจุบันเพื่อการประสานงาน</p>

<p>3. ขอให้ระงับการเดินทางไปประเทศอิหร่านทุกกรณีในระยะนี้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง</p>

<p>ทั้งนี้ หากพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อ Hotline สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข (+98) 912 159 8699 และ (+98) 912 500 7933</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20260415279d08123ca0f62123f39a7b648f0967100352.jpg' type='image/jpg' length='193487' />
</item>
</channel>
</rss>
