<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[บทความ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/index/id/2884</link>
<atom:link href="https://foreign.prd.go.th/th/content/category/index/id/2884" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[สงครามสแกมเมอร์ การรบที่แพ้ไม่ได้เด็ดขาด]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/439659</link>
<guid isPermaLink="false">52998cb2ffcf7c77eeafe487e076fe41</guid>
<pubDate>Sat, 08 Nov 2025 11:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สงครามไซเบอร์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ปราบ แต่คือการลงมือ &ldquo;ถอนราก&rdquo;รัฐบาลประกาศชัดเจน เรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ ไม่มีเกี๊ยะเซียะ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ทุกหน่วยงานรวมพลัง เดินหน้าแบบบูรณาการ ไล่ปิดเส้นทางเงิน อุดช่องโหว่ทุกประตู เป้าหมาย คือปกป้องประชาชนทุกครอบครัว ไม่ให้ต้องสูญเสียเพราะมิจฉาชีพออนไลน์ และนี่คือคำมั่นต่อหน้าประชาชน<br />
&ldquo;เราจะไม่หยุด จนกว่าจะชนะ&rdquo;<br />
<br />
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลเต็มไปด้วยผู้แทนหน่วยงานระดับประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลุกขึ้นเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่างรัฐบาลและ 15 หน่วยงานสำคัญ ตั้งแต่สำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงหลักด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงสมาคมธนาคารไทยและสถาบันการเงินของรัฐ การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเอกสาร แต่เป็นการประกาศ &ldquo;สงครามกับสแกมเมอร์&rdquo; อย่างเป็นทางการ<br />
<br />
นายอนุทิน กล่าวชัดเจนว่า อาชญากรรมออนไลน์กำลังกัดกินชีวิตประชาชนและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นประเทศ ตั้งแต่การเงินครัวเรือนไปจนถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงต้องร่วมกันแก้ไขอย่างถึงราก ถึงโครงสร้าง และต้อง &ldquo;ชนะเท่านั้น&rdquo; รัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกด้าน ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี บุคลากร โดยย้ำว่า ตัวเขาในฐานะผู้นำ จะไม่เกรงใจหรือปล่อยผ่านผู้ใดที่ละเลยต่อความเดือดร้อนของประชาชน<br />
<br />
ภายใต้ MOU นี้ มีกรอบปฏิบัติหลัก 5 ด้าน ได้แก่<br />
1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้กระทำและผู้สนับสนุน<br />
2.สร้างระบบประสานงานข้อมูลและสืบสวนแบบบูรณาการ<br />
3.ยึด-อายัดทรัพย์สินเพื่อตัดเส้นทางเงินของอาชญากร<br />
4.ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ตรวจจับป้องกันก่อนเกิดเหตุ<br />
5.สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันและแจ้งเบาะแสร่วมกัน<br />
<br />
ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดิจิทัลฯ ระบุว่า ได้เริ่มยกระดับวอร์รูมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและธนาคารเอกชน เพิ่มมาตรการเปิดบัญชีให้เข้มงวด จำกัดการถือครองซิมไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล และสกัด &ldquo;ซิมบ๊อกซ์&rdquo; ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกระบวนการสแกมเมอร์ รวมถึงการจำกัดการใช้บัญชีของ &ldquo;บัญชีม้า&rdquo; ให้เปิดได้เพียง 1 บัญชีเพื่อยังชีพ และหากกลับมากระทำผิดซ้ำ จะถูกสั่งห้ามเปิดบัญชีตลอดชีวิต<br />
<br />
พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้ว่า ขบวนการสแกมเมอร์ส่วนใหญ่มีฐานอยู่ต่างประเทศ ไทยต้องทำงานร่วมกับตำรวจสากลและรัฐเพื่อนบ้าน รวมทั้งดำเนินการ &ldquo;ตัดโครงข่ายสัญญาณและเส้นทางติดต่อ&rdquo; จากต้นทาง พร้อมเพิ่มความเข้มในมิติภายใน เช่น คัดกรองบุคคลเข้า-ออกประเทศ และเร่งปราบปรามเครือข่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง<br />
<br />
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยซึ่งมีโครงข่ายการปฏิบัติงานครอบคลุมทุกหมู่บ้าน จะเป็นกำลังสำคัญในการเฝ้าระวังเชิงรุก ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมสอดส่อง ให้ความรู้ แจ้งเตือน และดูแลผู้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมเตรียมถอนสัญชาติผู้ที่แปลงสัญชาติแล้วกระทำผิด<br />
ทั้งหมดนี้คือการขับเคลื่อนของ &ldquo;ทีมไทยแลนด์&rdquo; เพื่อทำให้ประเทศไทยปลอดภัยจากภัยสแกมเมอร์ เป้าหมายไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่คือการปกป้องศักดิ์ศรีประชาชน และคืนความเชื่อมั่นให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีรัฐบาลประกาศชัดเจนว่า &ldquo;ไม่มีการประนีประนอม และจะเดินหน้าจนจบ&rdquo;<br />
<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202511085006eaef87cdca51cc862abb7d253999120041.jpg' type='image/jpg' length='231760' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["นางนพมาศ" สตรีแห่งตำนาน คือใคร? มีตัวตนจริงหรือไม่]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/438249</link>
<guid isPermaLink="false">382de94ad4b51f587facee0c88275897</guid>
<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 09:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>แสงจันทร์ลอยเหนือสายน้ำ ดั่งเรียกตำนานหญิงงามผู้ประดิษฐ์กระทงดอกบัวให้คืนเพ็ญมีแสงแห่งศิลป์&ldquo;นางนพมาศ&rdquo; สตรีผู้เลอค่า งามทั้งกิริยาและปัญญา เป็นดั่งภาพฝันของกุลสตรีสุโขทัยแม้กาลเวลาพัดผ่าน ความงามในนามนพมาศยังลอยระยับกลางใจคนไทย บางคนว่าเป็นเพียงตำนานที่แต่งเติม แต่บางคนเชื่อว่าเธอเคยมีลมหายใจจริง</p>

<p>ไม่ว่าอย่างไร ชื่อ &ldquo;นางนพมาศ&rdquo; ก็ยังคงงดงามเหนือกาลเวลา ดั่งแสงจันทร์ที่ไม่เคยดับ</p>

<p>ในคืนที่สายน้ำสะท้อนแสงจันทร์ กระทงดอกบัวลอยระยิบระยับกลางลำคลอง หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ &ldquo;นางนพมาศ&rdquo; สตรีผู้ถูกขานขวัญในตำนานลอยกระทง แต่เบื้องหลังเรื่องเล่าที่อบอวลด้วยกลิ่นอายโรแมนติกของสมัยสุโขทัย กลับยังคงเป็นปริศนาว่า นางผู้นี้มีตัวตนจริง หรือเป็นเพียงภาพฝันที่กวีสมัยหลังร่วมกันสรรค์สร้างขึ้น</p>

<p>ตำนานกล่าวว่า นางนพมาศ หรือ &ldquo;ท้าวศรีจุฬาลักษณ์&rdquo; เป็นธิดาของพระศรีมโหสถกับนางเรวดี แห่งตระกูลพราหมณ์ผู้ทรงภูมิในอักษรศาสตร์และพิธีกรรมโบราณ นางเป็นหญิงงามผู้เลอค่า ทั้งงามรูป งามจริต และเปี่ยมด้วยปัญญา ชำนาญในศิลปะการเรือน ดนตรี และวรรณศิลป์ เป็นแบบฉบับแห่ง &ldquo;กุลสตรีผู้รู้รอบ&rdquo; ที่งามทั้งกายและใจ</p>

<p>เมื่อย่างเข้าสู่ราชสำนักสุโขทัยในรัชสมัยพระยาลิไท นางนพมาศได้รับแต่งตั้งเป็นสนมเอก ด้วยความเฉลียวฉลาดและความสามารถที่เป็นที่โปรดปราน นางจึงได้รับนาม &ldquo;ท้าวศรีจุฬาลักษณ์&rdquo; เป็นผู้ประดิษฐ์โคมลอยรูปดอกบัว ประดับด้วยดอกไม้และเครื่องหอม ถวายเป็นพุทธบูชาในคืนเพ็ญเดือนสิบสอง กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด &ldquo;กระทง&rdquo; ที่เรารู้จักกันในวันนี้</p>

<p>นางยังประดิษฐ์พานหมากสองชั้นร้อยกรองด้วยดอกไม้มงคล ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเค้าของ &ldquo;พานขันหมาก&rdquo; และสร้างพนมดอกไม้กอบัวถวายพระยาลิไท เพื่อใช้ในการบูชาพระรัตนตรัยในเทศกาลเข้าพรรษา นับเป็นการจุดประกายงานศิลป์จากสตรีผู้เปี่ยมรสนิยมและศรัทธาในพุทธศาสนา</p>

<p>อย่างไรก็ดี นักประวัติศาสตร์บางท่านตั้งข้อสังเกตว่า &ldquo;ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์&rdquo; อาจมิได้เกิดในสมัยสุโขทัย หากเป็นงานประพันธ์ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยถ้อยคำและโวหารที่ต่างจากจารึกสุโขทัยอย่างสิ้นเชิง บ้างเชื่อว่าอาจเป็นฉบับที่ถูกปรับปรุงใหม่ในรัชกาลที่ 2 หรือ 3 เพื่อสืบต่อความงามของวรรณกรรมดั้งเดิมที่สูญหายไปตามกาลเวลา</p>

<p>แต่ไม่ว่านางนพมาศจะมีตัวตนจริงหรือไม่ ความงามของเรื่องราวที่ถูกเล่าขานก็ยังคงอยู่ในหัวใจคนไทยตราบจนทุกวันนี้ เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของหญิงผู้มีปัญญาและศิลป์งาม เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการประกวด &ldquo;นางนพมาศ&rdquo; ในคืนวันเพ็ญ ลอยกระทงที่งดงามทั้งแสงเทียนและรอยยิ้ม ราวกับว่านางยังคงลอยอยู่ในสายน้ำแห่งความทรงจำของเราไม่เสื่อมคลาย</p>

<p><img alt="" src="https://foreign.prd.go.th/cms/s17/u2231/รูปประชาสัมพันธ์/575857875_1293161726179495_89721.jpg" style="width: 1080px; height: 1350px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202511051b03651106d57a915f95a141f4e0c51c093747.jpg' type='image/jpg' length='1596118' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โจทย์ใหญ่ “ท่องเที่ยวไทย”...“ปลอดภัย-ไร้โกง” อาจไม่พอ?]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/438080</link>
<guid isPermaLink="false">2038519bbec3cd6801787e9625f090e5</guid>
<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 17:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นทางการ หรือช่วงไฮซีซัน ที่เหล่าบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ต่างหวังผลประกอบการจะพลิกฟื้น หลังจากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยอยู่ในภาวะซบเซา</p>

<p>ปัจจัยหลักที่ทำให้ท่องเที่ยวไทยอยู่ในช่วงขาลง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ภาวะสงครามในหลายสมรภูมิยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน นักท่องเที่ยวหลายประเทศ ชะลอการเดินทางและประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ ยังเกิดการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวรุนแรง โดยเฉพาะในย่านอาเซียนที่มีสินค้าด้านการท่องเที่ยวคล้ายกัน อาทิ เวียดนาม ที่โหมใช้กลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวอย่างหนัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ที่เคยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทย ก็หันไปเที่ยวเวียดนามกันมากขึ้น</p>

<p>อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ไทยถูกมองว่าไม่มีความปลอดภัย หลังจากที่มีคนดังของจีน ถูกหลอกเข้าสู่แก๊งคอลเซนเตอร์ หรือสแกมเมอร์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ไทยเป็น &ldquo;ทางผ่าน&rdquo; ในการหลอกเหยื่อ เพื่อเข้าสู่ขบวนการเหล่านี้ และบางส่วนถึงขั้นมองว่า ไทยอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง</p>

<p>เมื่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบ ทำให้ความคาดหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา เลือนรางและถอยห่างออกไปทุกที</p>

<p>และล่าสุดรัฐบาลมองเห็นปัญหา ประกาศเร่งเดินหน้าสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย รวมทั้งแก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว อีกทั้งแสดงเจตนารมณ์กับนานาประเทศ ที่จะร่วมกันในการกวาดล้างกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์</p>

<p>เมื่อรัฐบาลไทยมีเจตนารมณ์ชัดเจน ที่จะนำพาภาคการท่องเที่ยวไทย กลับมายืนอยู่แถวหน้าของโลกอีกครั้ง แต่ทั้งหมดเป็นปัจจัยภายในประเทศ ที่ไทยจะต้องเร่งดำเนินการ เพื่อทำให้นโยบายดังกล่าว เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว</p>

<p>แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า เมื่อประเทศไทยเดินหน้าเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย แต่ประเทศคู่แข่งอื่นๆ ก็ขยับตัวเดินหน้าเช่นกัน</p>

<p>เพราะล่าสุด ประเทศจีนที่เคยเป็นนักท่องเที่ยวหลักของไทย ก็จัดหนักที่จะดึงต่างชาติ ให้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศของตนเช่นกัน โดยขยาย &ldquo;ฟรีวีซ่า&rdquo; แก่พลเมืองใน&nbsp; 76&nbsp; ประเทศ รวมทั้งไทย ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากมาตรการควบคุมโควิด-19 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา</p>

<p>การขยายเวลา &ldquo;ฟรีวีซ่า&rdquo; ของจีนครั้งนี้ ครอบคลุมประเทศในยุโรปจำนวน 32 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศในอเมริกาใต้ และชาติในอ่าวอาหรับ ด้วย</p>

<p>แต่ขณะที่สหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิเข้าจีน โดยไม่ต้องขอวีซ่า</p>

<p>ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของจีน เผยว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ มีต่างชาติเดินทางเข้าจีน มากกว่า 7.2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 48.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และในจำนวนนี้ 72.2% เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศที่ได้ฟรีวีซ่า</p>

<p>เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย อย่าง &ldquo;จีน&rdquo; ขยับปีก ด้าน &ldquo;ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร&rdquo; ประธานที่ปรึกษา และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทย ไม่สามารถปล่อยให้เดินหน้าไปตามธรรมชาติได้อีกต่อไป ภาครัฐจะต้องเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งสร้างความไม่เชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง เร่งภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยว เพราะตอนนี้นอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงแล้ว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจากไต้หวัน ฮ่องกง รวมถึงเกาหลีใต้ ก็เริ่มชะลอตัวในการเข้ามาเที่ยวไทย เช่นกัน</p>

<p>ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์รายได้รวมท่องเที่ยวตลอดปี 2568 อยู่ที่ 2.66 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% เทียบกับปีที่แล้ว ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% ในขณะที่รายได้ตลาดในประเทศ 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%จากนักท่องเที่ยวไทย 204.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2%</p>

<p>และในช่วงปลายปี ทาง ททท.ตั้งเป้าว่า กิจกรรมใหญ่ๆ ที่จะเกิดขึ้น จะปลุกบรรยากาศให้กลับมาคึกคัก กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อแก้เกมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง</p>

<p>เมื่อการท่องเที่ยวไทย เพิ่มโจทย์ยากเข้ามาท้าทาย ทำให้ไทยจะต้องเร่งปรับกลยุทธ์ เพื่อให้ทันเกมคู่แข่งขันในตลาดโลก<br />
และที่สำคัญ...อย่าลืมกระตุ้น &ldquo;ไทยเที่ยวไทย&rdquo; เพราะนี่ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการท่องเที่ยวไทย ที่จะต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเดินต่อไปได้ ท่ามกลางมรสุมการแข่งขันที่รุนแรง.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20251104b6cdd3c6b72e3b94bd66e262a4b21421170709.jpg' type='image/jpg' length='537619' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘ชุดไทย’ ความงามเหนือกาลเวลา สะกดสายตาคนทั่วโลก]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/429734</link>
<guid isPermaLink="false">32f72997db3f587d78bbd501378f657a</guid>
<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 12:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระแสการอนุรักษ์ &#39;ชุดไทย&#39; ในช่วงนี้มาแรงไม่น้อย จะเห็นได้จากการที่ผู้หญิงมักจะเลือกสวมใส่ชุดไทยตามงานพิธีการ เวลาเข้าวัดเข้าวา เวลาไปเที่ยวโบราณสถาน ก็มักจะมีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวเช่าชุดไทยใส่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งความสวยงามของชุดไทยทำให้แม้กระทั่งกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ หรือเหล่าชายแท้ทั้งหลาย ก็เลือกที่จะหยิบเช่าชุดไทยพาดสไบสีสันต่างๆ มาสวมใส่ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ตามที่เราได้เห็นกันในคลิปไวรัลบนโซเชียลหลายๆ คลิป</p>

<p>เรียกได้ว่า &#39;ชุดไทย&#39; ใครๆ ก็ใส่ได้</p>

<p>จากภูมิปัญญาที่สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ได้ถักทอเส้นสายใยจนกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่อวดโฉมต่อสายตาชาวโลก</p>

<p>ชุดไทย เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติที่สะท้อนอัตลักษณ์และความวิจิตรของวัฒนธรรมไทยผ่านงานช่างฝีมือจากหลากหลายภูมิภาค ถ่ายทอดผ่านลวดลาย เทคนิคการตัดเย็บ และการใช้ผ้าไทยในรูปแบบต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะ &#39;ชุดไทยพระราชนิยม&#39; ที่ถือกำเนิดขึ้นเพราะ &#39;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&#39; เป็นผู้ริเริ่ม</p>

<p>เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อพ.ศ. 2503 เพื่อทรงเจริญทางพระราชไมตรี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำริว่า &#39;สตรีไทยในขณะนั้นไม่มีเครื่องแต่งกายที่เป็นชุดไทยหรือชุดประจำชาติเหมือนสตรีชาติอื่นๆ เช่น ส่าหรีของสตรีอินเดีย หรือกิโมโนของสตรีญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ&#39;</p>

<p>จึงทรงสอบถามผู้รู้และมีประสบการณ์ รวมทั้งการศึกษาจากประวัติศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน และมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญค้นคว้าประวัติศาสตร์ ธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ออกแบบฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่างๆ โดยนำรูปแบบการแต่งกายของสตรีไทยในอดีตมาผสมผสานกับวิธีการตัดเย็บปัจจุบันได้อย่างลงตัว เพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่และเหมาะสมกับยุคสมัย แต่คงความเป็นไทยได้อย่างกลมกลืนและสง่างาม สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็น จนกระทั่งนิตยสาร &quot;โว้ก&quot; (Vogue) นิตยสารระดับโลก ซึ่งชื่นชมในพระราชจริยวัตรอันงดงามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดไทย จึงได้ส่งช่างภาพมาขอพระราชทานพระฉายาลักษณ์ นำไปเผยแพร่ในนิตยสารโว้ก ฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2525 ส่งผลให้ผ้าไทยมีชื่อเสียงอย่างมาก และเป็นที่นิยมสวมใส่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</p>

<p>ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่</p>

<p>- ชุดไทยเรือนต้น เป็นชุดที่ใช้ได้หลายโอกาส ใช้เป็นชุดลำลองในงานเลี้ยงที่ไม่เป็นพิธีการ</p>

<p>- ชุดไทยจิตรลดา เป็นชุดไทยสำหรับพิธีกลางวัน ใช้ในงานพิธีการมากกว่าชุดไทยเรือนต้น</p>

<p>- ชุดไทยจักรี ใช้สำหรับงานกลางคืน งานแต่งงานหรืองานราตรีสโมสรที่ไม่เป็นทางการ และอากาศไม่เย็นมากนัก โดยเป็นชุดไทยห่มสไบ เปิดไหล่ข้างหนึ่ง</p>

<p>- ชุดไทยศิวาลัย เป็นชุดไทยของสตรีบรรดาศักดิ์ในสมัยก่อน มักใช้ในงานตอนค่ำ งานเลี้ยง งานฉลองสมรส หรืองานพิธีเต็มยศ เหมาะสมสำหรับช่วงอากาศเย็นเพราะมีหลายชั้น</p>

<p>ส่วน ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรพรรดิ และชุดไทยดุสิต เป็นชุดสำหรับสตรีสวมสายสะพายในงานพระราชพิธี ที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ</p>

<p>สิ่งเหล่านี้คือรากเหง้าวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้สืบต่อกันไป เพื่อให้ทั้งโลกรับรู้ว่า ชุดไทย เป็นชุดประจำชาติของไทย เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย</p>

<p>ประเทศไทยได้ประกาศขึ้นบัญชี ชุดไทยพระราชนิยม เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (ระดับชาติ) เมื่อปี 2566 ในราชกิจจานุเบกษา แล้วเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 โดยชุดไทยพระราชนิยม เป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ในลักษณะแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล มีสาระสำคัญแสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้เกี่ยวข้องกับงานช่างฝีมือ และการพิจารณานำชุดไทยไปใช้สวมใส่ตามโอกาส ถือเป็นแนวปฏิบัติการแต่งกายของสตรีไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน</p>

<p>และในปีหน้า 2569 ยูเนสโก (UNESCO) ก็เตรียมพิจารณา &#39;ชุดไทยพระราชนิยม&#39; ในรายการ &#39;ชุดไทย : ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ&#39; ขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งจะทำให้มรดกภูมิปัญหาของไทย ได้รับการยกย่อง และสะท้อนภาพลักษณ์ ความวิจิตรแห่งภูมิปัญญาไทย สู่สายตาคนทั่วทั้งโลก</p>

<p>ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานพระคลังข้างที่ , กรมหม่อนไหม , พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ , กระทรวงวัฒนธรรม</p>

<p><img alt="" src="https://foreign.prd.go.th/cms/s17/u2231/รูปประชาสัมพันธ์/557627713_1267018352127166_39105.jpg" style="width: 1080px; height: 1350px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/2025100796083dcb3b7d124e7db7cb3a7d35989d123007.jpg' type='image/jpg' length='280466' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ชัตดาวน์สหรัฐฯ” ยืดเยื้อ...สะเทือนศก.โลก-ศก.ไทย?]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/429733</link>
<guid isPermaLink="false">523130076a9c0437eb005faebaafd2f8</guid>
<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 10:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ (Government Shutdown) ที่ได้เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งเป็นวันแรกของปีงบประมาณ 2569 หลังจากที่วุฒิสมาชิกเดโมแครต ได้คว่ำร่างงบประมาณระยะสั้น ทำให้สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงงบประมาณได้ ส่งผลให้งบประมาณของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะสุญญากาศ</p>

<p>ภาวะดังกล่าว ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานและภารกิจของรัฐบาลกลาง (Federal government) ไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว (Continuing Resolution : CR) ได้ ทำให้หลายหน่วยงานที่ถูกจัดว่า &ldquo;ไม่จำเป็น&rdquo; ต้องปิดทำการชั่วคราว ส่วนเจ้าหน้าที่จะถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าแรง</p>

<p>การชัตดาวน์ของสรัฐฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการชัตดาวน์ครั้งที่ 16 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี</p>

<p>ทั้งนี้การชัตดาวน์ส่วนใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะกินเวลาประมาณ 1-3 วัน และการชัตดาวน์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2018-2019 ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ เป็นผู้นำสหรัฐฯ สมัยแรก ถือเป็นการชัตดาวน์ที่นานที่สุด โดยมีระยะเวลานานถึง 34 วัน ส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐเกือบ 8 แสนคนไม่ได้รับเงินเดือน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 0.2% ของ GDP สหรัฐฯ</p>

<p>&ldquo;รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ&rdquo; คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ปัญหาชัตดาวน์ครั้งนี้ สะท้อนถึงความแตกแยกเชิงโครงสร้างทางการเมืองของสหรัฐฯ โดยมีรากเหง้ามาจากหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงของรัฐบาลกลาง ซึ่งปัจจุบันแตะระดับ 37 ล้านล้านดอลลาร์ แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะพยายามลดขนาดองค์กรรัฐ ตัดงบประมาณบางส่วน และเพิ่มรายได้จากภาษีศุลกากร แต่รายจ่ายหลักยังคงอยู่ที่สวัสดิการสังคม โดยเฉพาะโครงการด้านสาธารณสุข และ ObamaCare</p>

<p>&ldquo;การชัตดาวน์&rdquo; แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักลงทุน แต่ทุกครั้งที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเชิงจิตวิทยาและตลาดการเงินทั่วโลก และสหรัฐฯ อาจถูกปรับลดเครดิตความน่าเชื่อถือลง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการถือครองดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนบางส่วนที่ไม่มั่นใจ หันไปลงทุนในตลาดทองคำมากขึ้น ทำให้ราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว มีโอกาสปรับขึ้นอีกในอนาคต</p>

<p>ขณะที่ประเทศไทย แม้ภาวะ &ldquo;การชัตดาวน์&rdquo; ของสหรัฐฯ จะดูห่างไกล แต่หากสถานการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อออกไป ประกอบกับสหรัฐฯ ที่ใช้มาตรการกีดกันทางการค้ากับไทยอยู่แล้ว ก็จะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>

<p>แม้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง &ldquo;ฟิซต์ เรทติ้ง&rdquo; และ &ldquo;S&amp;P&rdquo; จะประเมินว่า ภาวะการชัตดาวน์ของสหรัฐฯ จะกระทบกับเศรษฐกิจเพียงระยะสั้นเท่านั้น ในขณะที่สำนักข่าว CNBC ระบุว่า ความน่าจะเป็นล่าสุดชี้ว่า การชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อราว 11 วัน</p>

<p>แต่จากภาวะที่เกิดขึ้น ถือเป็นภาพสะท้อนของเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามการค้าที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง และแม้แต่สหรัฐฯ ที่เป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นของโลก ยังต้องเผชิญกับภาวะสั่นคลอน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/2025100704be9163a7986d133511c266f5c99044122825.jpg' type='image/jpg' length='72724' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปลดล็อก “ผู้ลี้ภัย” ทำงาน...แก้วิกฤตแรงงานในประเทศ]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/428564</link>
<guid isPermaLink="false">1eda6530a46eb063c136c69d721d5f20</guid>
<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 17:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หลังจากเกิดความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบไปในหลายมิติ และหนึ่งในปัญหาที่ไทยได้รับผลกระทบคือ การขาดแคลนแรงงาน หลังจากที่ผู้นำกัมพูชา ได้เรียกให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทย เดินทางกลับประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก<br />
<br />
หลังจากเกิดวิกฤตดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว พร้อมเร่งหาแรงงานจากในประเทศและประเทศอื่นๆ เข้ามาทดแทน ขณะที่รัฐบาลไทยก็ได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆ เช่น ศรีลังกา นำเข้าแรงงาน เพื่อไม่ให้การดำเนินธุรกิจของไทยต้องสะดุดและขาดตอน<br />
<br />
และล่าสุดรัฐบาลไทย ได้ไฟเขียวให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ซึ่งอยู่ในศูนย์พักพิงในประเทศไทย ให้ออกมาทำงานเป็นแรงงานรับจ้างทั่วไป ถูกต้องตามกฎหมาย ได้นาน 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา<br />
<br />
การเดินหน้านโยบายดังกล่าว &ldquo;อนุทิน ชาญวีรกูล&rdquo; นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นการจัดการเชิงมนุษยธรรม ทั้งช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ และเป็นมาตรการที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย<br />
<br />
ปัจจุบัน ไทยมีพื้นที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้หนีภัยการสู้รบในเมียนมา จำนวน 9 แห่ง อยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี มีจำนวนผู้หนีภัยการสู้รบเข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 77,718 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2568)<br />
<br />
ที่ผ่านมา ไทยได้ร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศและองค์การนอกภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการแพทย์ และด้านอาหาร แต่ในช่วงที่ผ่านมา องค์กรระหว่างประเทศและองค์การนอกภาครัฐ ได้มีการปรับลดงบประมาณการให้ความช่วยเหลือ จึงส่งผลให้ภาระในการดูแลคนต่างด้าวดังกล่าว ตกแก่รัฐบาลไทยเพียงฝ่ายเดียว<br />
<br />
ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้สิทธิ์ในการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ที่พำนักระยะยาวในไทย ซึ่งนอกจะช่วยให้ผู้ลี้ภัยสามารถทำงานในประเทศได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นมาตรฐานใหม่ในภูมิภาคสำหรับการแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยที่ยั่งยืน โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน และเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ที่เผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน<br />
<br />
การให้ &ldquo;ผู้ลี้ภัย&rdquo; ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการผู้ลี้ภัยที่หลายประเทศดำเนินการ และนโยบายใหม่นี้ ถือเป็นการต่อยอดความเป็นผู้นำ และบทบาทสำคัญในการให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยของไทยที่มีมานานกว่า 50 ปี<br />
<br />
นอกจากปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อการไหลออกของแรงงานต่างด้าวแล้ว ปัญหาการเลือกงานของคนไทย ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้บางภาคอตุสาหกรรมได้รับผลกระทบ<br />
<br />
การเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงในประเทศไทย ได้ออกมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย ให้สามารถเดินหน้าต่อไปในภาวะวิกฤตเช่นนี้<br />
<br />
และที่สำคัญ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงของภาคแรงงาน ที่ไทยไม่ต้องพึ่งพิงแรงงานจากประเทศหนึ่งประเทศใดเพียงแห่งเดียว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202510029e6be9f75d6acdadf2b11d051fa73d36173238.jpg' type='image/jpg' length='290583' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ต่างชาติลงทุนไทยทะลุ 2 แสนล้าน...จับทิศเศรษฐกิจไทย ไตรมาสสุดท้าย]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/427942</link>
<guid isPermaLink="false">d35c9a631349396c75a292c9585497d5</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 18:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้โดยง่าย สถานการณ์การค้าโลกที่ทวีความรุนแรง และการเมืองไทย ที่มีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง</p>

<p>จากปัจจัยเชิงลบที่เกิดขึ้น แม้จะสร้างความสั่นคลอนให้กับเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานของไทยที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้ภาคการลงทุนของไทย ยังอยู่ในแดนบวก และไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของนักลงทุนจากทั่วโลก</p>

<p>จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในช่วง 8 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.-ส.ค.) พบว่า มีต่างชาติขออนุญาตลงทุนในไทย จำนวน 687 ราย รวมมูลค่า 225,536 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถึง 125%</p>

<p><strong>โดย &ldquo;5 อันดับแรก&rdquo; ของนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในไทย ประกอบด้วย</strong></p>

<p>1. ญี่ปุ่น จำนวน 125 ราย มีเงินลงทุน 71,844 ล้านบาท เน้นในธุรกิจจัดหาวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และรับจ้างผลิตสินค้า</p>

<p>2. สิงคโปร์ จำนวน 93 ราย เงินลงทุน 68,495 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจนายหน้าและตัวแทนสำหรับการจองและซื้อขายโทเคนดิจิทัล (Digital Token) และธุรกิจบริการ Data Center</p>

<p>3. จีน จำนวน 87 ราย เงินลงทุน 20,785 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจการจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ</p>

<p>4. ฮ่องกง จำนวน 74 ราย เงินลงทุน 12,372 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ธุรกิจบริการรับจ้างตัดโลหะ ธุรกิจบริการโทรคมนาคม และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า</p>

<p>5. สหรัฐอเมริกา จำนวน 105 ราย เงินลงทุน 3,433 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจนายหน้าหรือตัวแทนในการรับจองห้องพัก โรงแรม และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว</p>

<p>เงินลงทุนจากต่างชาติดังกล่าว เป็นการลงทุนในพื้นที่ EEC มีสัดส่วน 33% หรือคิดเป็น 74,792 ล้านบาท โดยญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ เป็นกลุ่มนักลงทุนหลัก ที่สนใจเข้าไปลงทุนในพื้นที่ EEC</p>

<p>ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า เม็ดเงินการลงทุนและภาคธุรกิจที่ปรากฏออกมา ส่วนใหญ่ยังคงเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิม และการเข้ามาลงทุนส่วนใหญ่ ลูกค้าจะมีซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่ดำเนินธุรกิจในไทยอยู่แล้ว</p>

<p>เพื่อเป็นการต่อยอดให้ไทย เป็นเป้าหมายในการลงทุน รัฐบาลจะต้องสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล</p>

<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไทยและกลุ่มประเทศในอาเซียน มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ในภูมิภาค จึงทำให้อุตสาหกรรมในธุรกิจ E-commerce เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพสูงในด้านนวัตกรรมทางการเงิน จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะใช้จุดแข็งนี้ เพื่อผลักดันให้ไทย ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล ที่แข็งแกร่งในภูมิภาค</p>

<p>นอกจากนี้ ควรสนับสนุนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอาเซียน</p>

<p>การเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติ ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย แต่ต้องยอมรับว่า คู่แข่งทางการค้า โดยเฉพาะเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็มีการดึงดูดนักลงทุนและมีการพัฒนาเช่นกัน โดยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ ซึ่งไทยจะต้องก้าวตามให้ทัน</p>

<p>ดังนั้นการเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ &ldquo;อนุทิน ชาญวีรกูล&rdquo; แม้จะมีระยะเวลาอันสั้น แต่หวังว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ รัฐบาลจะสร้างจุดขายใหม่ๆ เพื่อให้ประเทศไทย ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุน</p>

<p>เพราะหากไทย ยังคงหวังพึ่งพิงภาคอุตสาหกรรมเดิมๆ โดยไม่สร้างจุดขายใหม่ เชื่อว่าในอนาคต ไทยจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน.</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>มนตรี ขัดเรือง<br />
สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20250930d9dc6d10218f3d8974ba8a33e5e7a2db180557.jpg' type='image/jpg' length='1224334' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[10 Trends การท่องเที่ยว ที่ต้องรู้ในปี 2026]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/427799</link>
<guid isPermaLink="false">86e08784fe42a643aab331db6bd6290f</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 13:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🔥" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t50/1/16/1f525.png" width="16" /><img alt="🎒" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/ta4/1/16/1f392.png" width="16" />10 Trends การท่องเที่ยว ที่ต้องรู้ในปี 2026</p>

<p>หมดยุคการจองทัวร์ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวกำลังออกแบบทริปของพวกเขาเองโดย Ai หมดยุค &lsquo;ทัวร์ชะโงก&rsquo; เพราะนักท่องเที่ยวกำลังต้องการใช้เวลามากขึ้นในการท่องเที่ยว และจะเป็นอย่างไรเมื่อ &lsquo;การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&rsquo; ไม่เพียงพออีกต่อไป</p>

<p><a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUvVIJ4lfm9e1LA8wlR044s7uwZYvZhdaEZQDj3nsDYaJTcX5Zpi960a4BBgziCn2pVm2I_olTn6GZ8ImDt4RVEC6RdvBDjNocMXbW7OISP5E7JNDqlBK4a3grMSHgkX6jkxK83VgudL3Y1AICLBeZc1Hu90B7PI5aa52EHOYYVCohsptwm6Zhl0GYDxaEd3rYWedAVjvXGDCn-VJvvlGLAle9PQAlZn_epdP17z1hKKxIOR4oDewa8Kcfez7x9hBLZUU27KnsKxQYN9m1QVMVuWny16jApereEiFL4wJSbT6_yPUjiNuunrh5Op76C9F-siJQ2P6n64Iga3YWm7jiT0pkjLBC5T7G4IggXxozM1bOP_u6OK_eCCyKYkcNrzt17fHUev0rXQXDM_ZSTIW-4F8xaYpIx_TMDYnClLHjmbpcbOUxpuzlgr2kTgXEC6GtyfoSBYD03CRMSHG37f78Gu2BBnhze7WQ6770Vmx3N97ao_wLJWrMSFWPVWga1cmQCrvJ55XMpEheQQsAKmwBMyNnSaUipDBLzQmgHXMqoV3pR9JG3XOtBo3Ib8UlYrPBqx5oekJUu1808XUcuiJ5w8vKWq4cAEmYk__uxRFYVuWi16xv_fWBu8YE6Y0SI0BV2MwLiGQphs_q8KgYrfr-DP4nAip2zNKUZWySlE7lSalI11JERtgNmuPpTdWemV-3k-hkiUkDXWw_OjuFmG8NQMuqD4fhI8KvQNd3U1aDW0YVjjU8OUhQ_ubtD8i0gZiu1a7R6WF3QbeSaWUFBYVnakCJ2r4XV2fVvmEawW0Pcen56g_5w2AIzaIuA_wDweCKpA7dk0nFRY7Ug-wQZFne8LUnHhU5IBWF9B0qxtyz5EIlXBWCoCmpainm1wN56OnKfU_bIOHLJG0DLBPOtNIyTDvuMJm48_NFyUylGfrRys5IjTALABIhUGqyBoCz68RhpP4BbVu0dauia2lVRo0hHoDm9N_vRIxydutss0IwE15uMv2fISXtVy_6QRkB38QMG1MjDUUaLehVTKxmkb-F4_88_UiYPcv9mANg4CWcqGsftqj_P5TAWiTDf2Df83Vfyo_4Y7qLu9Mnh3f9AkG8K6gxmBjw3DuLny4RlF_PMwpWCz3qYYEXdnTU6-w5NjA1jY-0bAONZxPfWFa_jyBBIgbJgsDM0eTiLiY_MZofel8WtMCWUFCI-xyECM3MkvwKK6VkFM1A2UEIwyvHOFgVjhIefnFS2salOE5AFd3DAx7xCE7dJ-In9I9-hTpdbkePXO_tj5GOceX-d-m65niLBfeiZWxce5XxJfxIPVU5Mi4ojEXZ0Ols92UCvuBjDMSxLC9DsZ3KJfGgUT2xEJbW2" href="https://www.facebook.com/hashtag/tatacademy?__cft__[0]=AZV4e9y2Gdy7c2rnRsO59QycdCCPIcjLyZTf7z7dA-Pe7sdE3UBTs8zAXzur-b8CnyLg_52RMA3stTXeBYVso_m9UO6ILQspwyCBaOFoq5vZ9zm2syeR-FcXSDuv38sBjwYxoGLu9qKD2fK92mqio31rXcha_oNc7Q2QuEt4iuAOo1SKt4nsquuVIT9jdzOwjdQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#TATAcademy</a> พาทุกคนจับตา 10 เทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวโลก เพื่อหาโอกาสในการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวให้มากขึ้น และยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปอีกขั้น <img alt="🌄" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tf/1/16/1f304.png" width="16" /></p>

<p><strong>1. Coolcation Travel</strong></p>

<p>เมื่ออากาศร้อนทำให้จุดหมายในการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ในอนาคต ชายหาด ทะเล จะไม่ใช่สิ่งที่นักท่องเที่ยวเลือก แต่จะเป็นการมองหาป่าไม้ ภูเขา ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์แทนนั่นเอง</p>

<p><strong>2. Slow Travel</strong></p>

<p>นักท่องเที่ยวอยากสัมผัสถึงแก่นแท้ของสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านการใช้เวลาในสถานที่แห่งนั้น เพื่อซึบซับวัฒนธรรม ความรู้สึก บรรยากาศ พวกเขาจะให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวแบบ 1 สัปดาห์เต็มในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มากกว่าการตะลอนเที่ยวในเมืองใหญ่</p>

<p><strong>3. Solo Travel</strong></p>

<p>การท่องเที่ยวแบบคนเดียวเปรียบเสมือนสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแสดงออกความเป็นตัวเองได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องผูกมัดกับใคร แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย หรือการต้อนรับที่อบอุ่น</p>

<p><strong>4. Off-Season Travel</strong></p>

<p>นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเริ่มที่จะออกเดินทางในช่วง Off-Season มากขึ้น เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและความไม่สะดวกสบายตอนท่องเที่ยว รวมถึงเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสและเข้าถึงประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่</p>

<p><strong>5. Foodie Travel</strong></p>

<p>นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่อาหารท้องถิ่นที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น รวมไปถึงยังมองหาโอกาสในการสร้างประสบการณ์ด้านการทำอาหารด้วยตนเองที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย</p>

<p><strong>6. Hyper-per son al ised Travel</strong></p>

<p>นักท่องเที่ยวยุคใหม่จะออกแบบทริปด้วยตนเองผ่าน Social Media และ Ai พวกเขากำลังมองหาทางเลือกที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ การเก็บข้อมูลและการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ จึงกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว</p>

<p><strong>7. Ai Fellow Travel</strong></p>

<p>ในอนาคต Ai อาจจะช่วยวางแผนการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้นในทริป ช่วยอัปเดตแบบ Real-time เกี่ยวกับจำนวนนักท่องเที่ยวในจุดต่าง ๆ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบครบวงจรซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี</p>

<p><strong>8. Holistic Travel</strong></p>

<p>การเดินทางและการท่องเที่ยวจะต้องเป็นสิ่งที่เติมพลังให้ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ นักท่องเที่ยวจะมองหาจุดหมายปลายทางที่มีกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านสุขภาพของพวกเขาด้วย อาทิ การออกกำลังกายท่ามกลางป่า การมีคอร์สอาหาร Healthy เป็นต้น</p>

<p><strong>9. Value Driven Travel</strong></p>

<p>สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากออกเดินทางตามหาอีกครั้งคือ สิ่งที่มีค่าและหาได้ยาก และไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชมแต่อยากเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเหล่านั้นด้วยตัวเอง นอกจากนั้นพวกเขายังมองหาการเดินทางที่สะท้อนถึงคุณค่ากลับมายังตัวเองอีกด้วย</p>

<p><strong>10. Low-Carbon Luxury Travel</strong></p>

<p>การผนวกเข้ามาของกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ Luxury จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น โดยพวกเขาจะมองหา &lsquo;Luxury Packaged&rsquo; ที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน อาทิ การมี carbon-tracking ใน package เป็นต้น</p>

<p>อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZUvVIJ4lfm9e1LA8wlR044s7uwZYvZhdaEZQDj3nsDYaJTcX5Zpi960a4BBgziCn2pVm2I_olTn6GZ8ImDt4RVEC6RdvBDjNocMXbW7OISP5E7JNDqlBK4a3grMSHgkX6jkxK83VgudL3Y1AICLBeZc1Hu90B7PI5aa52EHOYYVCohsptwm6Zhl0GYDxaEd3rYWedAVjvXGDCn-VJvvlGLAle9PQAlZn_epdP17z1hKKxIOR4oDewa8Kcfez7x9hBLZUU27KnsKxQYN9m1QVMVuWny16jApereEiFL4wJSbT6_yPUjiNuunrh5Op76C9F-siJQ2P6n64Iga3YWm7jiT0pkjLBC5T7G4IggXxozM1bOP_u6OK_eCCyKYkcNrzt17fHUev0rXQXDM_ZSTIW-4F8xaYpIx_TMDYnClLHjmbpcbOUxpuzlgr2kTgXEC6GtyfoSBYD03CRMSHG37f78Gu2BBnhze7WQ6770Vmx3N97ao_wLJWrMSFWPVWga1cmQCrvJ55XMpEheQQsAKmwBMyNnSaUipDBLzQmgHXMqoV3pR9JG3XOtBo3Ib8UlYrPBqx5oekJUu1808XUcuiJ5w8vKWq4cAEmYk__uxRFYVuWi16xv_fWBu8YE6Y0SI0BV2MwLiGQphs_q8KgYrfr-DP4nAip2zNKUZWySlE7lSalI11JERtgNmuPpTdWemV-3k-hkiUkDXWw_OjuFmG8NQMuqD4fhI8KvQNd3U1aDW0YVjjU8OUhQ_ubtD8i0gZiu1a7R6WF3QbeSaWUFBYVnakCJ2r4XV2fVvmEawW0Pcen56g_5w2AIzaIuA_wDweCKpA7dk0nFRY7Ug-wQZFne8LUnHhU5IBWF9B0qxtyz5EIlXBWCoCmpainm1wN56OnKfU_bIOHLJG0DLBPOtNIyTDvuMJm48_NFyUylGfrRys5IjTALABIhUGqyBoCz68RhpP4BbVu0dauia2lVRo0hHoDm9N_vRIxydutss0IwE15uMv2fISXtVy_6QRkB38QMG1MjDUUaLehVTKxmkb-F4_88_UiYPcv9mANg4CWcqGsftqj_P5TAWiTDf2Df83Vfyo_4Y7qLu9Mnh3f9AkG8K6gxmBjw3DuLny4RlF_PMwpWCz3qYYEXdnTU6-w5NjA1jY-0bAONZxPfWFa_jyBBIgbJgsDM0eTiLiY_MZofel8WtMCWUFCI-xyECM3MkvwKK6VkFM1A2UEIwyvHOFgVjhIefnFS2salOE5AFd3DAx7xCE7dJ-In9I9-hTpdbkePXO_tj5GOceX-d-m65niLBfeiZWxce5XxJfxIPVU5Mi4ojEXZ0Ols92UCvuBjDMSxLC9DsZ3KJfGgUT2xEJbW2" href="https://bit.ly/4gw6T7W?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExYlpsUU1vWmE3Zm05ZGF4dgEeCcvkyuFX8-XDwVcomsRFvy3ivKlwsFDyLVcAW4mUMdeeu3820FKp8OWuFmY_aem_Lo8wZeEEQXwTmKvO4c-IZw" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">https://bit.ly/4gw6T7W</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/20250930ec3998fc26c43ff6ab45196f115ecc1e130814.jpg' type='image/jpg' length='237229' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ภูกระดึง is calling ได้เวลาชิ่งไปเที่ยว!!]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/427632</link>
<guid isPermaLink="false">fa9eb12bb6698d587378d01dba0ee041</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 09:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;<img alt="" src="https://foreign.prd.go.th/cms/s17/u2231/รูปประชาสัมพันธ์/ปกเว็บไซต์_1_720.png" style="width: 1080px; height: 720px;" /></p>

<p>🏕️🌌พร้อมจะลุยกันหรือยัง? เตรียมน่องขาและยาหม่องของคุณให้พร้อม!! 1 ตุลาคมนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึงอย่างเป็นทางการ</p>

<p><br />
🎒เราจึงอยากชวนคุณออกเดินให้ขาตึง! เอ้ย! ออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ที่เรียกว่า #ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตภูกระดึง ให้ธรรมชาติโอบกอดกายเนื้อ เยียวยาหัวใจ นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน ทั้งพ่อค้า แม่ขาย และลูกหาบให้พื้นที่</p>

<p><br />
🏞️ภูกระดึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวเดินป่าที่เดินง่าย สามารถเดินเองได้ เหมาะทั้งมือใหม่ มือเก่า ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร จากตีนเขาสู่ลานกางเต็นท์ ตลอดเส้นทางคุณจะได้สัมผัสเสียงของผืนป่า &nbsp;เสียงลมกระทบต้นไม้ใบหญ้า แว่วเสียงจิ้งหรีดเรไร สูดอากาศบริสุทธิ์ จะเดินชมนกชมไม้ เดินสำรวจธรรมชาติ หรือจะเดินเพื่อลืมเธอก็แล้วแต่ 😝</p>

<p><br />
🍉ที่นี่มีของกินให้เติมพลังกายกันตลอดเส้นทาง เหนื่อยก็นั่งพัก แวะกินแตงโมเย็น ๆ ชื่นใจ ไอศกรีมกะทิ🍦 น้ำแข็งใสเย็นเจี๊ยบเสียวฟัน🍧 หรือใครกลัวไม่อิ่มจะจัดก๋วยเตี๋ยว🍜 ที่นี่ก็มีเช่นกัน แต่ระวังจุกเดี๋ยวจะเดินไม่ไหว&nbsp;</p>

<p><br />
🏕️เมื่อเดินถึงลานกางเต็นท์ (วังกวาง) หากท้องหิวก็มีร้านอาหารหลายสิบร้านคอยให้บริการ ทั้งข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ขนมนมเนย และอื่น ๆ อีกมากมาย หรือใครเป็นมุสลิมก็มีร้านพร้อมให้บริการเช่นกัน เรียกได้ว่าไม่มีอดแน่นอน จนอาจเกิดคำถาม &quot;เดินยังไงให้น้ำหนักขึ้น&quot;</p>

<p><br />
🌌ค่ำลงพร้อมฟินไปกับหมูกระทะร้อน ๆ เข้านอนท่ามกลางหมู่ดาวนับล้านดวง ช่วงเช้าแหกขี้ตาตื่นแต่หัวรุ่ง เดินมุ่งไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่ผานกแอ่น ชมอาทิตย์อัสดง ณ ผาหล่มสัก หรือผาหมากดูกก็สวยไม่แพ้กัน หากอยู่ในคืนเดือนมืดและช่วงเวลาเหมาะสม คุณอาจได้สัมผัสกับดวงดาราที่พาดผ่านนภายามค่ำคืน &quot;ทางช้างเผือก&quot;&nbsp;</p>

<p><br />
🌧️🌈หากไปช่วงฤดูฝนคุณอาจได้กับสัมผัสไอหมอก ลอยปะทะเข้ากับร่างกายที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อเป็นทุนเดิม ชนิดที่ว่าแยกไม่ออกว่าเหงื่อหรือไอน้ำ เพราะเราอยู่ในระดับเดียวกับมวลเมฆ เส้นทางชมธรรมชาติสามารถเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางน้ำตก ประจบกับเส้นทางที่เลาะริมผา มีวิวสวย ๆ คอยให้บริการนักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจ</p>

<p><br />
🍁หากไปช่วงฤดูหนาวคุณจะได้พบกับใบเมเปิ้ล (ก่วมแดง) ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงสด บางส่วนอวดสีสันอยู่บนต้น บางส่วนร่วงหล่นเป็นพรมสีแดงเต็มพื้น ให้เราได้แชะภาพเก็บความทรงจำกลับบ้าน แต่ต้องไปให้ถูกจังหวะเพราะน้องอยู่ไม่นานก็โรยรา นับเป็นประสบการณ์การเดินทางที่เรียบง่าย ไม่ได้ Adventure มากนัก แต่กลับมาแล้วรับรองว่าความทรงจำนี้ไม่รู้ลืมแน่นอน &quot;เราจะไม่เอาอะไรกลับไป ยกเว้นภาพถ่ายและความทรงจำ&quot;</p>

<p><br />
⛑️♻️ เพื่อความปลอดภัยควรปฏิบัติตามกฎของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด และเพื่อความยั่งยืนอย่าลืมช่วยกันรักษาความสะอาดและเก็บขยะลงมาทิ้งข้างล่างด้วยนะ&nbsp;</p>

<p><br />
📌สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: อุทยานแห่งชาติภูกระดึง - PhuKradueng National park<br />
☎️โทร : 042-810833 และ 042-810834<br />
&nbsp;</p>

<p>ณัฐพงษ์ ทรงพุฒิ<br />
กองการต่างประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/202509306d800183644ab9f8b30c395ca798dd6a090201.png' type='image/png' length='1403716' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[RSV คร่าชีวิตได้ แม้แค่ไข้หวัดธรรมดา]]></title>
<link>https://foreign.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2884/iid/423236</link>
<guid isPermaLink="false">4d42c5907a579665f69a7f23ec1c6868</guid>
<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 10:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กว่า 8,000 เด็กไทย ต้องเผชิญโรคไวรัส RSV ในปีเดียวพร้อมสถิติผู้เสียชีวิตรายแรกที่เตือนว่าโรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเชื้อแพร่ได้ง่ายจากน้ำมูก น้ำลาย และของเล่นรอบตัวลูกน้อยขณะนี้ ยังไม่มียาเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันในเด็กทั่วไปการเฝ้าระวังและป้องกันจึงเป็นเกราะเพียงชั้นเดียวของครอบครัวไทย</p>

<p>โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) กำลังกลายเป็นเงามืดที่แผ่คลุมสังคมไทย โดยเฉพาะใน เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด ปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยตัวเลขล่าสุดว่า มีผู้ป่วยแล้วกว่า 8,473 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา และแนวโน้มยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ระบุว่า ไวรัส RSV ติดต่อได้ง่ายผ่านละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งของที่ปนเปื้อน เช่น ลูกบิดประตู ของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง และมีระยะฟักตัว 2&ndash;8 วัน ยิ่งทำให้การแพร่กระจายเป็นไปอย่างเงียบงันและยากจะควบคุม</p>

<p>อาการที่พ่อแม่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ เสมหะมาก ไอรุนแรง หายใจมีเสียงหวีด และหอบเหนื่อย หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบพาเด็กพบแพทย์ทันที เพราะการรักษา RSV ยังไม่มียาที่ใช้เฉพาะเจาะจง เป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น</p>

<p>อ. พญ.โสภิดา บุญสาธร ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี แนะนำว่า เมื่อเด็กป่วย ควรแยกอุปกรณ์และภาชนะออกจากผู้อื่น แยกเด็กป่วยไม่ให้ปะปนกับเด็กปกติ และหยุดเรียนจนกว่าจะหาย เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อ</p>

<p>สำหรับการป้องกัน พ่อแม่ผู้ปกครองควร หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่แออัด ปัจจุบันแม้ยังไม่มียารักษาที่จำเพาะ แต่มีวัคซีนสำหรับหญิงตั้งครรภ์และผู้สูงอายุ รวมถึงภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและกลุ่มเสี่ยง ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาได้</p>

<p>โรค RSV จึงไม่ใช่เพียงไข้หวัดธรรมดา แต่คือ ภัยเงียบที่อาจพรากลมหายใจของลูกน้อยในชั่วพริบตา การรู้เท่าทันและป้องกันตั้งแต่วันนี้ คือเกราะปกป้องที่ดีที่สุดของครอบครัวทุกบ้าน</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://foreign.prd.go.th/th/file/get/file/2025091415ac965888c478a6aaacdb384ff43772105244.jpg' type='image/jpg' length='204098' />
</item>
</channel>
</rss>
