
นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวสุนทรพจน์ในการเสวนาหัวข้อ “Story Like Water, Quietly Nourishing All Things” (เรื่องเล่าดั่งสายน้ำ ชโลมใจ ไร้สำเนียง) ในการประชุม 2026 Media Cooperation Forum of South and Southeast Asia ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของศูนย์การสื่อสารระหว่างประเทศเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งยูนนาน และ China Daily ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นย้ำว่า “เรื่องเล่าที่ดี” ในยุคดิจิทัล ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดข้อเท็จจริง แต่ต้องสามารถรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า แม้ AI จะช่วยสร้างและแปลเนื้อหาได้อย่างรวดเร็ว แต่หากขาดบริบททางวัฒนธรรม ก็อาจนำไปสู่การบิดเบือนข้อมูลและอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนา AI บนฐานข้อมูลที่สะท้อนภูมิปัญญาและบริบทของภูมิภาคเอเชีย
พร้อมกันนี้ กรมประชาสัมพันธ์กำลังขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศสื่ออัจฉริยะที่เชื่อถือได้ (Intelligent and Trusted Media Ecosystem) ควบคู่กับการจัดทำคลังข้อมูลสื่อของประเทศ (Localized Media Data Pools) เพื่อให้ระบบ AI และเครื่องมือค้นหาระดับโลกสามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสะท้อนอัตลักษณ์ของชาติได้อย่างเหมาะสม
และได้ชื่นชมถึงความสำเร็จของ ดร.วัชรติยา วัชโรบล นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ กรมประชาสัมพันธ์ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลกจากการแข่งขัน iSAFE Hackathon ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยผลงาน Fake News Deep Verify แอปพลิเคชัน AI สำหรับตรวจสอบข่าวปลอมแบบเรียลไทม์สองภาษา ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสื่อและการตรวจสอบข้อมูล
ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้เสนอ 3 แนวทางความร่วมมือระดับภูมิภาค ได้แก่ การจัดตั้ง พันธมิตรข้อมูลสื่อสารแห่งเอเชีย (Pan-Asian Media Data Alliance) การร่วมผลิตสื่อด้วยเทคโนโลยี (Algorithmic Co-Production) และการร่วมกันกำกับดูแลจริยธรรมสื่อมวลชน (Collective Ethical Governance) เพื่อรับมือกับข่าวลวง ข้อมูลบิดเบือน และอคติของ AI พร้อมผลักดันให้ประเทศในเอเชียร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวของภูมิภาคสู่เวทีโลกอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง และการร่วมเสวนาระหว่างสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายประเทศในเอเชีย โดยมีผู้บริหารสื่อ นักวิชาการ และสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 200 คนเข้าร่วม สำหรับประเทศไทย
มีอาจารย์เกษมสันต์ วีรกุล นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชน พร้อมผู้แทนจาก MCOT และ Thai PBS เข้าร่วมการประชุม โดยเวทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ เครือข่ายพันธมิตรสื่อเอเชียใต้–เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2567 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อมวลชน และยกระดับการแลกเปลี่ยนด้านการสื่อสารในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น